ฟิล์มกรองแสงรถยนต์กับประโยชน์ในด้านต่างๆ

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ สำหรับกระจกรถยนต์โดยเฉพาะ ผลิตด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ลดความร้อนได้ถึง 99% และยังสามารถป้องกันรอยขูดขีด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับฟิล์มกรองแสงยี่ห้ออื่น ๆ ผลิตจากสหรัฐอเมริกา ฟิล์มทุกรุ่นรับประกัน 8 ปี จึงทำให้คุณมั่นใจในประสิทธิภาพสูงสุด คุณประโยชน์ของฟิล์มกรองแสงในด้านต่างๆมีดังนี้

ด้านการประหยัดพลังงาน

เมื่อฟิล์มกรองแสงสามารถลดพลังงานความร้อนจากแสงแดดได้มากเท่าไหร่ ก็สามารถประหยัดพลังงานและลดการทำงานของระบบทำความเย็นหรือแอร์ได้มากเท่านั้น คือ
• ในรถยนต์ เมื่อฟิล์มกรองแสงสามารถลดความร้อนได้เยอะ คอมเพรสเซอร์ของแอร์ไม่ต้อง ทำงานบ่อยทำให้เครื่องยนต์ที่เป็นตัวขับให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน ได้ทำงานน้อยลงทำให้ประหยัดพลังงานได้เพิ่มขึ้น และยืดอายุการทำงานของคอมเพรสเซอร์ไปในตัวรวมถึงส่วนอื่นๆ เช่น น้ำยาแอร์ เป็นต้น
• ในอาคาร-บ้านเรือน เมื่อฟิล์มกรองแสงสามารถลดความร้อนได้เยอะ คอมเพรสเซอร์ของแอร์ไม่ต้อง
ทำงานหนัก ทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า และยืดอายุการทำงานคอมเพรสเซอร์ไปในตัวรวมถึงส่วนอื่น ๆ

ด้านสุขภาพ

รังสีจากดวงอาทิตย์มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อโลกมนุษย์ แต่ก็มีอันตรายที่แอบแฝงอยู่ และนับวันจะยิ่งมีอันตรายเพิ่มมากขึ้นจากการที่ชั้นบรรยากาศของโลกได้ถูกทำลายลงเรื่อยๆ ทำให้รังสีต่างๆ ทะลุผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามามากขึ้น โดยอันตรายด้านสุขภาพจากรังสี คือ
• รังสีแสงสว่าง (Visible Light) ปัญหาแสงสว่างจ้าจะทำให้เกิดความไม่สบายตาหรือรบกวนการมองเห็น
• รังสีใต้แดง (Infrared) ให้ความร้อนกับผิวหนัง เนื้อเยื่อที่อยู่ถัดเข้าไป อาจทำให้ผิวหนังไหม้จากความร้อนได้
• รังสีเหนือม่วง (Ultraviolet) ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังและต้อกระจกในดวงตา

ด้านความปลอดภัย

• ยานพาหนะ อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กระจกเป็นส่วนประกอบของยานพาหนะที่สำคัญ หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่และผู้โดยสารมักได้รับอันตรายจากเศษกระจก ถึงแม้ว่าจะเป็นกระจก Safety เศษกระจกอาจกระเด็นเข้าดวงตาได้ การติดตั้งฟิล์มกรองแสงจะมีส่วนช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเข้ามาให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
• การก่อการร้าย ฟิล์มยังมีชนิดที่สามารถกันกระสุนปืนได้อีกด้วย
• อาคาร-บ้านเรือน การเคลื่อนตัวของแผ่นดิน การเกิดแผ่นดินไหว การเกิดพายุ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเศษกระจกแหลมคมย่อมสามารถทำอันตราย์ได้ทุกเมื่อ การติดตั้งฟิล์มช่วยยึดกระจกที่แหลมคมไม่ให้ทำอันตรายต่อมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
• ทรัพย์สิน การติดฟิล์มช่วยยืดอายุของทรัพย์สินไม่ให้ซีดจางเร็วกว่ากำหนดแล้ว ยังสามารถติดฟิล์มเพื่อป้องกันการโจรกรรมได้ เช่น การติดเพื่อไม่ให้มองเห็นภายใน หรือติดเพื่อป้องกันการทุบกระจก

การเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด

การจะเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ จะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับรถเรานั้น ก่อนอื่นเรามารู้จักตัวฟิล์มกัน
ฟิล์มกรองแสงนั้น เป็นวัสดุโปร่งใสที่มีคุณสมบัติลดความร้อน ลดรังสียูวีหรืออัลตร้าไวโอเลตรังสีอินฟราเรด และช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่จะเข้ามาภายในห้องโดยสารรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง แบ่งออกได้เป็นหลายแบบ ดังนี้
1. แบบไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด ฟิล์มชนิดนี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะในส่วนของการกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้อ่อนลงเมื่อส่องผ่านกระจกเข้ามาภายในตัวรถเท่านั้น ฟิล์มประเภทนี้จะลดความเข้มของแสงได้เพียงอย่างเดียว แต่จะไม่สามารถกรองหรือลดอันตรายและความเข้มของรังสีต่างๆ ที่แฝงมากับแสงแดดได้ ฟิล์มแบบนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก และฟิล์มแบบนี้ก็กันความร้อนได้ไม่เกิน 50% มักมีราคาถูกประมาณ800-1,500 บาท/คันและอายุการใช้งานสั้นประมาณ 3-5 ปี
2. แบบที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดดฟิล์มประเภทนี้ ตัวเนื้อฟิล์มจะเพิ่มวัสดุพิเศษซ้อนเข้าไปเพื่อเป็นตัวป้องกันรังสีต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อทั้งผู้โดยสาร และชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ถูกแสงแดด ซึ่งฟิล์มประเภทนี้สามารถแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ได้อีก 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
2.1 ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อนคุณภาพการลดความร้อน 35-90% ตัวเนื้อฟิล์มจะเป็นสีสะท้อนแสงคล้ายกระจกเงา ค่อนข้างอันตรายสำหรับรถที่ขับตามหลังในเวลากลางวัน เพราะจะมองลอดผ่านกระจกไม่ได้เลย แต่ฟิล์มชนิดนี้เมื่อเอามือป้องที่กระจกจะสามารถมองผ่านเห็นด้านในได้ หรือหากเปิดไฟในรถเวลากลางคืนจะสามารถเห็นได้จากภายนอก ราคา 2,000-5,000 บาท/คัน อายุการใช้งานประมาณ 3-7 ปี
2.2 ฟิล์มอินฟราเรด เป็นฟิล์มชนิดที่เคลือบสารพิเศษในการไปตัดรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นฟิล์มที่กันความร้อนได้ค่อนข้างดีที่สุด และมีราคาที่สูงมาก แต่ในปัจจุบันเริ่มมีหลายบริษัทผู้ผลิตฟิล์มจำหน่ายมากขึ้น ทำให้ราคาเริ่มปรับลดลง
2.3 ฟิล์มนิรภัย มีความหนาตั้งแต่ 4 MIL ขึ้นไป (1 MIL = 1/1,000 นิ้ว) มีทั้งชนิดลดความร้อน และไม่ลดความร้อน คุณสมบัติคือ จะช่วยยึดเกาะแผ่นกระจกให้คงรูปเดิมมากที่สุดเมื่อกระจกถูกแรงกระแทก และแตกเป็นเม็ดละเอียด และเนื่้อฟิล์มก็ยังช่วยซับแรงได้อีกชั้นหนึ่ง ส่วนมากจะใช้ในงานอาคารสูงเพื่อยึดกระจกไว้เวลากระจกแตก แต่ปัจจุบันก็เริ่มนำมาใช้ในรถยนต์มากขึ้น
2.4 ฟิล์มใสประเภทนาโนฟิล์มประเภทนี้ แสงส่องผ่านได้มากกว่า 60% และไม่มีเงา แต่ลดความร้อนได้สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ผลิตและนำมาเคลือบฟิล์ม และมีราคาค่อนข้างสูง

 

ประเภทและวิธีการเลือกฟิล์มกรองแสงให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุด

ฟิล์มกรองแสง คือ ฟิล์มพลาสติก ซึ่งส่วนใหญ่ทำมาจากโพลิเอสเทอร์ เหนียว มีความบางเรียบไร้รอยย่น และสามารถแนบสนิท เป็นเนื้อเดียวกับกระจก ซึ่งยึดติดอยู่บนกระจกได้ด้วยกาวที่มีความใส ไม่ทำให้ภาพที่มองผ่านฟิล์มบิดเบือนโดยปกติแล้วฟิล์มกรองแสงทำหน้าที่ในการลดหรือกรองแสงสว่างที่ผ่านเข้ามาทางกระจก ดังนั้น ฟิล์มกรองแสง ทั่วไปจึงมีการย้อมสีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะการกรองแสงสว่างเท่านั้นแต่ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดีกว่า ฟิล์มกรองแสงทั่วไปจะต้องสามารถลดความร้อนและรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นสาเหตุของการซีดจางของสีและบ่อเกิดของปัญหาทางสุขภาพได้ด้วย

1. ฟิล์มย้อมสี (Dyed Film) เป็นฟิล์มที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นต่ำโดยจะนำสีมาย้อมที่กาวโพลีเอสเตอร์ มีคุณสมบัติ ในการกรองแสงได้แต่สามารถลดความร้อนได้น้อย กาวที่ใช้ไม่มีคุณภาพราคาถูก อายุการใช้งานสั้นไม่เกิน 3 ปีเมื่อเสื่อมสภาพ สีจะจางลง เปลี่ยนเป็นสีม่วง โป่งพองกาวจะเสี่อมทำให้รบกวนทัศนวิสัย ส่วนใหญ่ใช้เป็นฟิล์มแถมฟิล์มย้อมสีนี้ยังมีผู้บริโภค ที่เข้าใจผิดอยู่ว่าติดแล้วสามารถลดความร้อนได้ โดยเฉพาะผู้ที่เลือกสีเข้ม (ฟิล์ม 80% หรือแสงส่องผ่านได้ประมาณ 5-10%) เพราะความเข้มของฟิล์มจะทำให้รู้สึกสบายแต่สีของฟิล์มที่เข้มมากยิ่งจะดูดซับพลังงานความร้อนไว้แล้วค่อยๆส่งผ่านมาในอาคารทำให้ร้อนขึ้น

2. ฟิล์มเคลือบละอองโลหะ (Metallized Film) เป็นฟิล์มที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงโดยใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์นำเอา อนุภาคของโลหะมาเคลือบไว้บนแผ่นโพลีเอสเตอร์ ทำให้สามารถสะท้อนพลังงานความร้อนได้ดียิ่งขึ้น จึงสามารถลด ความร้อน ได้ดีกว่าฟิล์มย้อมสีมาก อายุการใช้งานนานกว่าประมาณ 5 – 7 ปี กาวและโพลีเอสเตอร์มีคุณภาพดีกว่า ราคาสูงกว่า

3. ฟิล์มเคลือบอนุภาคโลหะ (Metal Sputtering Film) ใช้การเหนี่ยวนำของประจุไฟฟ้าในสุญญากาศให้อนุภาค โลหะไปเกาะติดบนแผ่นโพลีเอสเตอร์ ทำให้ได้ฟิล์มที่มีความคงทนมาก ลดความร้อนได้มากพอกันกับแบบที่ 2  ประมาณ 50-70% ฟิล์มประเภทนี้เหมาะสมกับการใช้ติดตั้งกระจกอาคารมากที่สุด มีราคาค่อนข้างสูง

ประโยชน์ที่จะได้รับในการติดตั้งฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์

พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากจะมีรังสีต่างๆแล้ว ยังให้แสงสว่าง และมีความร้อนด้วยดังนั้นฟิล์มกรองแสงที่ดีต้องสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี แสง และความร้อน คือ ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด นั้นเอง

การเลือกฟิล์มกรองแสง สำหรับรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วควรมีความเข้าใจพื้นฐาน ของระบบการทำงาน ของฟิล์มกรองแสง ซึ่งอาจจะช่วยนำไปสู่การตัดสินใจได้ว่า จะเลือกอย่างไร จึงสมเหตุสมผล ประโยชน์ที่จะได้รับคือ

1. การลดความร้อน ซึ่งฟิล์มกรองแสงที่ดีสามารถลดอุณหภูมิในรถลงได้กว่า 60%

2. ป้องกันผิวหนังและดวงตา โดยการติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือยูวีได้กว่า 99% ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนังและต้อกระจก

3. ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ฟิล์มกรองแสงที่ดีจะสามารถยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ปลอดภัยจากความคมของเศษกระจก หรือเศษจากกระจกนิรภัย กระเด็นเข้าตา

4. เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ การติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดแสงจ้าจากดวงอาทิตย์, แสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทาง ทำให้ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีขึ้น

5. สร้างความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย การติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงจะช่วยบดบังผู้ประสงค์ร้ายภายนอก และบดบังทรัพย์สินภายในโดยเฉพาะป้องกันสำหรับสุภาพสตรี ช่วยในด้านความเป็นส่วนตัว แต่ในเรื่องนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะก็จะเป็นการพรางตาผู้คนภายนอกในกรณีเกิดเหตุการณ์ร้ายในรถ

6. การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยปกป้องรถคุณ ไม่ให้อุปกรณ์ภายในรถไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัด, คอนโซน, พวงมาลัย ฯลฯ ซีดจางและแตกร้าวเร็ว

7. ประหยัดพลังงาน การติดฟิล์มกรองแสงที่ดีสามารถช่วยประหยัดพลังงานและลดภาวะโลกร้อนได้ โดยการป้องกันความร้อนที่เข้ามาในตัวรถ ทำให้ระบบปรับความเย็นในรถ ทำงานน้อยลงจึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงค่าดูแลรักษาระบบปรับความเย็นอีกด้วย

8. การตกแต่งรถเพื่อความเก๋ สวยงาม เพราะมีฟิล์มแบบแฟชั่นที่ให้ความสวยงามกับรถยนต์ได้ด้วย

การเลือกชนิดของฟิล์มกรองแสงมีหลากหลายชนิด ขึ้นกับตลาดและความต้องการของผู้ใช้ ราคามีแตกต่างกันมาก ขึ้นกับคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ แต่ความสามารถพื้นฐานที่ต้องการกันทั่วไปในคุณภาพของฟิล์มที่มีคุณภาพดีอาจไม่แตกต่างกัน

การเลือกฟิล์มกรองแสงอาคารและที่อยู่อาศัย จากดวงอาทิตย์อย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด


ฟิล์มกรองแสง คือแผ่น โพลีเอสเตอร์ ซึ่งมีลักษณะใส ซ้อนกันโดยแบ่งเป็นชั้นๆ เช่น ชั้นกาว ชั้นสี ชั้นโลหะ (ปรอท) เป็นต้นซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ก็จะใช้เทคโนโลยีในการผลิต ที่แตกต่างกันออกไป จึงส่งผลให้ราคาของแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกันอย่างมาก จุดประสงค์หลักของฟิล์มกรองแสง คือ การลดความร้อน และป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ ที่เป็นอันตรายต่อ ผิวหนังหากได้รับแสงจากดวงอาทิตย์โดยตรงมากเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้ว ฟิล์มที่ยิ่งเข้ม ( แสงผ่านได้น้อย ) สามารถลดความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มที่ใสกว่า ( แสงผ่านได้มากกว่า )และ ฟิล์มที่สะท้อนแสงได้มากกว่า ( มีปรอท ) ก็จะยิ่งลดความร้อนได้ดีกว่าเพราะจะมีการสะท้อนความร้อนที่อยู่ที่ผิวกระจก ทำให้ลดความร้อนที่ยังคงอยู่ที่ผิวกระจกลงได้อย่างมาก ฟิล์มกรองแสงอาคาร มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เนื่องจากอาคารที่สร้างใหม่ หรือที่พบเห็นกันทั่วไปในปัจจุบัน จะใช้ กระจก เป็นส่วนประกอบของตัวอาคารเพื่อให้ตัวอาคารมีน้ำหนักเบา และมีความทันสมัย สวยงามทั้งภายใน และภายนอก และเมื่อตัวอาคารต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดย่อมทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามา สู่ภายในได้โดยง่าย ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักมากขึ้น และค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามลำดับ

วิธีการลดความร้อนจากภายนอกสำหรับอาคารที่มีกระจกเป็นส่วนประกอบ เช่น ประตู, หน้าต่าง, ช่องแสง, ผนังอาคารฯ ที่ผู้รับเหมาหรือผู้ออกแบบตกแต่งภายในเลือกใช้มีหลายวิธี เช่น
1. ใช้ เป็นกระจกใส ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ปิดกั้นกระจกไว้เพื่อตกแต่งภายในให้สวยงาม บทบังแสงแดดโดยตรง แต่ความร้อนยังเข้ามาในตัวอาคารเท่าเดิม
2. ใช้เป็นกระจกใสหรือสี แต่หาตู้หรือชั้นวางมาบดบังไว้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกได้และความร้อนยังเข้ามาในอาคารเท่าเดิม
3. ใช้เป็นกระจกสี สามารถลดความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ตามความเข้มของสีกระจก แต่ถ้ายิ่งเข้มมาก ก็จะส่งผลให้ภายในตัวอาคารมืดไปด้วย
4. ใช้ เป็นกระจก ติดฟิล์มกรองแสง ซึ่งสามารถลดและสะท้อนความร้อนออกจากตัวอาคารได้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดความร้อนโดยรวมได้มากถึง 90% จากความร้อนที่จะเข้ามาภายในตัวอาคาร

ฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคาร สามารถตอบรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยภายในได้ ในด้านอื่นๆ อีกเช่น
1. ตกแต่งอาคาร เพิ่มความโดดเด่นให้ตัวอาคารและเพิ่มความสวยงามทั้งภายในและภายนอกอาคาร
2. เพิ่มความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้ที่ต้องการมองจากข้างในออกไปชัดเจน แต่ผู้ที่อยุ่ด้านนอกมองเข้ามาไม่เห็น
3. เพิ่มความปลอดภัย ซึ่งจะอยู่ในหมวดของฟิล์มนิรภัย
4. ใช้สำหรับตกแต่งภายใน ซึ่งจะอยู่ในหมวดของฟิล์มฝ้าและสติกเกอร์ฝ้า

เนื่องด้วยแบรนด์และชนิดของฟิล์มกรองแสงมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งก็จะมีส่วนต่างในด้านของราคาตามเทคโนโลยีการผลิตของสินค้าแต่ละชนิด ทางเราซึ่งเป็นผู้จำหน่ายและบริการติดตั้ง สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านฟิล์มกรองแสงโดยเฉพาะ และมี ตัวอย่างรูปแบบและสินค้าให้แก่ลูกค้าก่อนตัดสินใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด